เซียมซี เป็นเครื่องทำนายดวงชะตาอย่างหนึ่งที่คนนิยมที่จะชอบไปเสี่ยงทายในกรณีที่ท่านต้องการคำตอบแบบด่วน ๆ แบบไม่เสียเงิน
เชื่อหลายคนที่ไปทำบุญตามวัด หรือตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่าง ๆ ต้องเคยได้ลองเสี่ยง เซียมซี กันแน่นอนด้วยความที่ต้องการคำตอบจากคำทำนาย หรือต้องการเลขเด็ดไปเป็นแนวทางซื้อลอตเตอรี่ แต่จะมีสักกี่คนที่จะรู้ถึงความจริง และนัยยะสำคัญของการเสี่ยงเซียมซีแท้จริงแล้วคืออะไร
การเสี่ยงเซียมซี เป็นการทำนายดวงชะตาในช่วงระยะเวลาหนึ่งของชีวิตว่าในช่วงนั้นคุณจะมีแนวโน้มไปในทางที่ดี หรือไม่ดีอย่างไร ซึ่งเป็นการดูดวงที่หลายท่านนิยมเนื่องจากเป็นการดูดวงที่ฟรีไม่เสียเงิน
นอกจากนี้ยังมีหลาย ๆ สถานที่ และวัดหลาย ๆ แห่งที่มีความแม่นยำในการเสี่ยงทาย เอาเป็นว่า ตรวจหวย จะพาไปรู้จักกับเซียมซี วิธีการเสี่ยงเซียมซีที่ถูกต้อง ต้องทำอย่างไร และมีที่ไหนบ้างที่คนนิยมไปเสี่ยงเซียมซี
เซียมซีคืออะไร

คำว่า เซียมซี มาจากคำว่า เซียม + ซี สามารถที่จะแยกความหมายได้ว่า เซียม หมายถึง ไม้ติ้วเสี่ยงทาย และคำว่า ซี หมายถึง คำกลอน ดังนั้นเมื่อนำมารวมกันก็จะมีความหมายได้ว่า ใบบอกผลเสี่ยงทายจากไม้ติ้วที่เป็นคำกลอน
ซึ่งลักษณะของเซียมซี จะมีติ้วไม้ไผ่ที่มีเลขกำกับอยู่ในกระบอกไม้ไผ่อีกที ซึ่งใช้ในการทำนายดวงชะตาด้วยการเขย่ากระบอกไม้ไผ่ให้ติ้วหล่นลงมา และนำหมายเลขที่ได้ไปดูที่ใบเซียมซีทำนายดวง
ที่มาของเซียมซี
เกิดมาเราก็จะเห็นเซียมซีตามศาลเจ้า ตามวัดและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ในทุก ๆ ที่ เรียกว่าเป็นไอเทมที่จำเป็นต้องมีกันเลยทีเดียว เชื่อได้ว่าน้อยคนนักที่จะรู้ที่มาของเจ้าเซียมซีนี้มีที่มาอย่างไร ที่แน่ ๆ ต้องมาจากประเทศจีนอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ก็คงต้องย้อนกันไปถึงสมัยราชวงศ์ซ้องของจีน เขาจะเริ่มนำตัวอักษร และสัญลักษณ์มาใช้ในการเสี่ยงทาย โดยจะเขียนพวกตัวอักษรนี้บนกระดูกสัตว์ และกระดองเต่า
จากนั้นมีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ จนเขียนเป็นตำรา อี้จิ้ง จากตำรานี้เองได้อธิบายถึงศาสตร์การทำนายดวงโดยใช้ไม้ไผ่ผ่าเป็นซีกบาง ๆ มีตัวเลข หรือตัวอักษรกำกับตรงปลายไม้ บรรจุลงในกระบอกนำมาเขย่าเสี่ยงทาย ซึ่งชาวจีนเรียกเครื่องเสี่ยงทายนี้ว่า ไม้ติ้ว
สำหรับเซียมซีในไทยมาจากการที่ชาวจีนที่เดินทางข้ามทะเลมาอาศัยตั้งรกรากอยู่ในไทยได้มีการตั้งศาลเจ้า และได้มีการเสี่ยงเซียมซีคู่กันมาด้วย แต่ถ้าจะถามว่าเริ่มในไทยในสมัยสุโขทัย หรือสมัยอยุทธยานั้น ระบุบไม่ได้แน่นอน แต่ถ้าจะยึดเอาจากการศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ที่จังหวัดปตตานี ได้สร้างขึ้นเมื่อปี 2116
นั่นหมายความว่าเซียมซีมาอยู่ในไทยได้ 400 กว่าปีมาแล้วนะจ๊ะ เมื่อครั้งเข้ามาใหม่ ๆ คำทำนายของเซียมซียังเป็นภาษาจีนทั้งหมด จนเมื่อมาถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 5) ได้เริ่มมีการแปลภาษาในใบเซียมซีเป็นภาษาไทยโดย นายเปลี่ยน แซ่ส่อง
วิธีการเสี่ยง เซียมซี ที่ถูกต้อง
การเสี่ยงเซียมซีไม่ใช่ไปถึงเขย่า ๆ ได้เลขไหนไปดูที่ใบเซียมซีแค่นั้นนะ ถ้าหากต้องการผลคำทำนายออกมาที่แม่นยำแล้วเราต้องทำให้ถูกต้องตามขั้นตอน ดังนั้นวิธีการที่ถูกต้องในการเสี่ยงเซียมซีจะต้องทำอย่างไรบ้างไปดูกันได้เลย

ตั้งจิตอธิษฐานก่อนเสี่ยง เซียมซี
- เมื่อไปถึงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แล้วให้เราทำการสวดบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานที่นั้นก่อน
- ตั้งจิตอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์โดยให้กล่าวออกไปว่า “บอกให้สามโลกรับรู้ขอเปิดผ้าเปิดชะตาทำนายดวงให้เราด้วย”
- ให้ตั้งจิตอธิษฐานโดยเลือกคำถามเป็นข้อ ๆ โดยเสี่ยงเซียมซีหนึ่งครั้ง คือ คำถามหนึ่งข้อ อย่าเสี่ยงเซียมซีครั้งเดียวและใช้ผลคำทำนายรวมหมดทุกเรื่อง
ยกกระบอกเสี่ยง เซียมซี
- หลังจากที่ตั้งจิตอธิษฐานเรียบร้อยแล้วให้ยกกระบอกวางทาบระหว่างอก บอกชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด และคำถามที่ต้องการทราบคำตอบ
- เขย่ากระบอกเซียมซีไปเรื่อย ๆ จนกว่าไม้ติ้วจะร่วงลงมา หากร่วงลงมาเกินหนึ่งอันให้เขย่าใหม่
- เมื่อได้ไม้ติ้วมาแล้วให้ดูหมายเลขจากนั้นไปดูคำทำนายที่ใบเซียมซี
ใบคำทำนาย
- หากคำทำนายออดมาแล้วเป็นเรื่องดี ให้นำกระดาษคำทำนายนั้นติดตัวกลับบ้านไปด้วย นำไปวางไว้ที่หิ้งบูชาพระที่บ้าน 1 อาทิตย์
- กรณีคำทำนายออกมาไม่ดี ให้เสี่ยงทายอีกครั้งด้วย ไม้ปวย เพื่อเป็นการยืนยันคำทำนายว่าเป็นจริงตามนั้นหรือไม่ โดยก่อนโยนไม้ปวยให้อธิษฐานถามไปว่า “เซียมซีใบนี้เป็นของเราใช่หรือไม่”
- หากคำทำนายของไม้ปวยออกมายืนยันว่าจริงให้แก้เคล็ดด้วยการ นำเอาใบเซียมซีนั้นผูกไว้กับต้นไม้ หรือจะแก้เคล็ดด้วยการทำบุญตามกำลังศรัทธา เติมน้ำมันตะเกียง หรือเผาใบเซียมซีนั้นทิ้ง
- ถ้าผลของไม้ปวยออกมาว่าไม่ใช่ ก็ให้ไปทำการเสี่ยงเซียมใหม่อีกครั้ง
วิธีดูคำทำนายของ ไม้ปวย

ผลของคำทำนายจากไม้ปวยนั้นจะมีอยู่ด้วยกัน 3 แบบ ดังนี้
- คว่ำเหมือนกันทั้งสองอัน : หมายความว่าคำทำนายจากใบเซียมซีนั้นไม่ใช่ของเราจริง ให้กลับไปทำการเสี่ยงเซียมซีใหม่อีกครั้ง
- หงายเหมือนกันทั้งคู่ : หมายความว่าให้เราตัดสินใจเองว่าจะรับคำทำนายตามใบที่ได้รับมาหรือไม่ หากยอมรับก็ไม่ต้องไปเสี่ยงเซียมซีอีก แต่ถ้าไม่ยอมรับก็ให้ไปเสี่ยงเซียมซีใหม่อีกครั้ง และถ้าหากครั้งนี้คำทำนายออกมาเปลี่ยนเป็นเรื่องดี แสดงว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยให้เราพ้นเคราะห์ แต่ถ้าผลการเสี่ยงครั้งใหม่ออกมาไม่ดีแสดงว่าคุณจะต้องรับเคราะห์กรรมนั้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
- คว่ำ 1 หงาย 1 : แปลว่าคำทำนายใบนั้นเป็นของคุณ ไม่ต้องไปทำการเสี่ยงใหม่อีกครั้ง
วัดดังที่ผู้คนนิยมเสี่ยงเซียมซี
อย่างที่กล่าวเอาไว้เกือบในทุก ๆ ที่จะมีเซียมซีตั้งให้เสี่ยงทาย แต่รู้หรือไม่ว่าที่ใดบ้างที่ผู้คนมีความเชื่อว่าที่นั้นแม่นยำที่สุด ผู้คนจึงมักนิยมที่จะไปเสี่ยงเซียมซีที่นั่น
- วัดมังกรกมลาวาส (เล่งเน่ยยี่) : ตั้งอยู่ที่ เยาวราช กรุงเทพมหานคร เป็นที่รู้กันอยู่แล้วว่าที่วัดเล่งเน่ยยี่นี้เป็นวัดที่สังกัดในนิกายของจีน โดยส่วนใหญ่พี่น้องชาวจีนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยนิยมที่จะไปไหว้สักการะ และแก้ปีชง ในช่วงตรุษจีน ดังนั้นถือว่าเป็นที่หนึ่งที่คนจะไปเสี่ยงเซียมซีทำนายดวงชะตา ที่มีผลคำทำนายออกมาที่แม่นยำอย่างมาก
- วัดไชโยวรวิหาร : สำหรับที่วัดไชโยวรวิหารนี้ เป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อโต พระพุทธรูปที่ศักดิ์สิทธิ์ ที่ชาวอ่างทองต่างให้ความเคารพเลื่อมใสศรัทธา ยังรวมไปถึงจังหวัดข้างเคียงด้วยเช่นกัน ดังนั้นจึงทำให้เป็นอีกสถานที่หนึ่งที่คนนิยมที่จะไปเสี่ยงเซียมซี
- วัดสุทัศน์เทพวราราม ราชวรมหาวิหาร : เป็นวัดอารามหลวงชั้นเอกที่มีอายุกเก่าแก่มานานกว่า 200 ปี อีกทั้งยังเป็นวัดประจำพระองค์ของรัชกาลที่ 8 ที่ใต้องค์พระประธานได้บรรจุพระบรมราชสรีรางคารของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล อีกด้วยซ้ำที่นี่ยังเป็นที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาที่สำคัญ อันเป็นมงคลใหญ่ ๆ มาแล้วหลายครั้ง จึงถือได้ว่าที่นี่มีความศักดิ์สิทธิ์ทำให้ผลการเสี่ยงทายเซียมซีจึงมีความแม่นยำอย่างมาก
- วัดพระธาตุหริภุญชัย วรมหาวิหาร : วัดที่มีความเก่าแก่ เป็นปูชนียสถานที่สำคัญทางภาคเหนือ และยังเป็นที่บรรจุพระเกศบรมธาตุประดิษฐานอยู่ในพระเจดีย์ ดังนั้นที่นี่จึงเป็นที่มีสิ่งศักดิ์สิทธิ์สถิตย์มากมาย จึงทำให้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนต่างนิยมที่จะมาเสี่ยงเซียมซี
- วัดกัลยาณมิตร วรมหาวิหาร : ตั้งอยู่ทางฝั่งธนบุรี ถือว่าเป็นวัดที่เก่าแก่ของเมืองกรุงอีกวัดหนึ่ง สร้างขึ้นในรัชกาลที่ 3 มีพระประธานองค์ใหญ่ ชื่อพระพุทธไตรรัตนนายก หรือ หลวงพ่อโต หรือที่พี่น้องชาวจีนนิยมเรียกว่า ซำปอกง ซึ่งมีความศักดิ์สิทธิ์อย่างมาก
- วัดระฆังโฆสิตาราม : อยู่ในเขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร เป็นวัดเก่าที่เคยเป็นที่ประทับของ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) พระมหาเถระที่มีคนเคารพนับถืออย่างมาก เป็นวัดสมัยอยุทธยา พระพุทธรูปปางสมาธิ เป็นพระประธาน ชื่อว่า “พระประธานยิ้มรับฟ้า” ซึ่งนี้ได้มาจากในหลวงรัชกาลที่ 5
- วัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร : ที่จังหวัดเชียงใหม่ ตั้งอยู่บนดอยสูงใกล้เมืองเป็นจุดแรก ๆ ของเชียงใหม่ที่ใครไปถึงแล้วต้องขึ้นดอยสุเทพมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่วัดเพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกับขอโชคลาภผ่านจากเซียมซีติดไม้ติดมือกลับบ้าน
หญิงสาวชาวจีนที่ออกตามหาพี่ชายเพื่อให้กลับไปหาแม่ ได้ตามมาเจอพี่ชายอยู่ที่ปัตตานี พี่ชายไม่ยอมกลับ ลิ้มก่อเหนี่ยวจึงผูกคอตาย และได้มีการสร้างขึ้นมาโดยมีความเชื่อกันว่าใครเดือดร้อนอะไรจะพากันไปขอให้เจ้าแม่ช่วย หรือให้ค้าขายได้กำไร ได้พรตามที่หวังกันทุกคน
ตามความเชื่อของชาวจีน ปีชงคือปีเกิดที่ได้รับผลเสียกับปีนักษัตรของปีนั้น ๆ เช่น ปี 2564 เป็นปีนักษัตรของฉลู จะมีปีชง คือคนที่เกิดในปีนักษัตรมะแม ฉลู มะโรง และจอ เป็นต้น
สรุป
คงจะพอทราบกันบ้างแล้วว่าเซียมซีนั้นมีต้นกำเนิดมาอย่างไร และวิธีที่ถูกต้องในการเสี่ยงเซียมซีต้องทำตามลำดับอย่างไรบ้าง ที่สำคัญอย่างยิ่งที่ ตรวจหวย คิดว่าหลาย ๆ ท่านยังทำอยู่ ซึ่งเป็นสิ่งอาจจะทำให้คำทำนายไม่แม่นยำเท่าที่ควรคือ การเสี่ยงเซียมซี 1 ครั้ง สำหรับตอบคำถามโดยรวมทั้งหมด แต่ควรที่จะเสี่ยงเซียมซี 1 ครั้ง ต่อ 1 คำถาม
เช่น เรามีคำถามที่ต้องการคำตอบอยู่ 3 เรื่อง คือ การงาน การเงิน และความรัก การเสี่ยงเซียมซีให้เราอธิษฐานจิตถามเรื่องงาน เขย่าเสี่ยงครั้งที่ 1 , ถามเรื่องเงินเขย่าเสี่ยงครั้งที่ 2 และเรื่องความรักเขย่าเสี่ยงครั้งที่ 3 เป็นต้น
ดังนั้นจะทำให้การเสี่ยงเซียมซีของเรานั้นเกิดความแม่นยำมากขึ้นอย่างแน่นอน
บทความที่น่าสนใจ